นวัตกรรมไทยลดฝุ่นได้จริงกว่า 50%

1 May 2024
การฉีดพ่นน้ำไมโคร-นาโนบับเบิลที่เชียงใหม่ลด PM 2.5 ได้ชัดเจน ต้นทุนต่ำ ใช้ซ้ำได้ และมีศักยภาพขยายผลทั่วประเทศ

สยบฝุ่น PM 2.5 พลิกวิกฤตมลพิษทางอากาศในภาคเหนือ

สยบฝุ่น PM 2.5 พลิกวิกฤตมลพิษทางอากาศในภาคเหนือ

เชียงใหม่ – ในห้วงเวลาที่วิกฤตมลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM 2.5 เป็นปัญหาเรื้อรังที่คุกคามสุขภาพของประชาชนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในภาคเหนือของประเทศไทย ได้มีการทดลองใช้นวัตกรรมที่น่าสนใจเพื่อรับมือกับภัยเงียบนี้ โดยเมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ (ปภ.) ได้ผนึกกำลังกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา (มทร.ล้านนา) ทดสอบการใช้ “น้ำไมโคร-นาโนบับเบิล” ฉีดพ่นเพื่อดักจับฝุ่นละอองในอากาศ พบว่าสามารถลดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้อย่างมีนัยสำคัญ

การทดลองดังกล่าวจัดขึ้น ณ ลานอเนกประสงค์ข่วงประตูท่าแพใจกลางเมืองเชียงใหม่ โดยทีมวิจัยจาก มทร.ล้านนาได้นำรถบรรทุกน้ำที่ติดตั้งเครื่องผลิตไมโคร-นาโนบับเบิลมาฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศ เพื่อเปรียบเทียบกับวิธีการฉีดพ่นน้ำแบบปกติที่ใช้อยู่เป็นประจำ ผลการทดสอบที่น่าประทับใจคือ ภายในระยะเวลาเพียง 30 นาที ค่าฝุ่น PM 2.5 ในบริเวณที่ใช้เทคโนโลยีไมโคร-นาโนบับเบิลลดลงได้ถึง 50% ซึ่งดีกว่าการฉีดพ่นน้ำแบบธรรมดาอย่างชัดเจน

นายอลงกรณ์ ไก่แก้ว ผู้ประสานงานศูนย์ไมโครนาโนบับเบิล คณะวิศวกรรมศาสตร์ มทร.ล้านนา (วิทยาเขตภาคพายัพ) ได้อธิบายถึงหลักการทำงานของเทคโนโลยีนี้ว่า “ละอองน้ำทั่วไปที่ฉีดพ่นในอากาศนั้นไม่มีประจุไฟฟ้า ทำให้ประสิทธิภาพในการดักจับฝุ่นทำได้ไม่ดีนัก แต่เทคโนโลยีไมโคร-นาโนบับเบิลที่เราพัฒนาขึ้น จะทำให้โมเลกุลของน้ำมีประจุบวก เมื่อละอองน้ำขนาดจิ๋วเหล่านี้ถูกฉีดพ่นออกไป จะสามารถเข้าไปจับตัวกับอนุภาคฝุ่น PM 2.5 ซึ่งมีประจุลบได้ดีกว่า ทำให้ฝุ่นควันถูกดึงให้ตกลงสู่พื้นดินและลดปริมาณลงในอากาศ”

นวัตกรรมนี้ไม่เพียงแต่มีประสิทธิภาพสูง แต่ยังมีต้นทุนที่ต่ำ โดยต้นทุนของอุปกรณ์อยู่ที่ประมาณหลักแสนบาท และสามารถใช้น้ำสะอาดทั่วไปมาผ่านกระบวนการได้ ทำให้เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและยั่งยืนในการแก้ปัญหามลพิษทางอากาศในระยะยาว นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังชี้ให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น การบำบัดคุณภาพน้ำ หรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งได้มีการศึกษาและพัฒนาอย่างต่อเนื่องมากว่าสิบปีแล้ว

การทดลองที่ประสบความสำเร็จในครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการนำองค์ความรู้และนวัตกรรมของคนไทยมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาในระดับมหภาค โดยหลังจากนี้จะมีการรวบรวมข้อมูลและทำการทดสอบเพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ที่ชัดเจน ก่อนจะนำเสนอให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณานำไปใช้งานจริงในพื้นที่ต่างๆ เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพมากขึ้น ลดความเสี่ยงจากปัญหาสุขภาพที่เกิดจากมลพิษทางอากาศ

ที่มา: ไทยรัฐออนไลน์ URL: https://www.thairath.co.th/news/local/north/2047156

Scroll to Top